เทคนิคการเพิ่มผลผลิตด้วยการพัฒนาที่ดินแบบง่ายๆ

plant01

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการเพาะปลูกสูงเป็นอันดับต้นๆของเอเชียเลยก็ว่าได้แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ก็ประสบกับปัญหาในเรื่องของดินเป็นจำนวนมาก เช่นดินเค็ม ดินเปรี้ยวจัด ดินอินทรีย์ ดินทราย ดินกรด ดินลูกรัง ดินตื้น โดยเฉพาะดินที่มีการชะล้างพังทลายและดินในพื้นที่ราบสูง ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาสำคัญในการเพาะปลูกของเกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกจนถึงปัจจุบันไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์จากพื้นดินได้เต็มที่ ผลที่เห็นได้ชัดก็คือการเจริญเติมโตของพืชไม่ดีอีกทั้งยังให้ผลผลิตที่ต่ำตามมา ในการพัฒนาที่ดินจึงได้ทำการศึกษาและวิจัย เพื่อหาเทคโนโลยี ในการทำให้ปัญหาในเรื่องของดินนั้นหมดไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อไปในการผลิตที่สูงขึ้น โดยการที่ใช้เทคนิคที่ความเสี่ยงที่ต่ำ ลงทุนที่น้อยและได้ผลออกมาดีที่สุด อีกทั้งเกษตรกรสามารถน้ำเอาไปปฏิบัติได้เพื่อให้ได้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าและมีความต่อเนื่อง โดยเทคนิคในการปรับสภาพของดินนั้นจะแตกต่างไปตามสภาพของดิน

โดยการอนุรักษ์ดินและน้ำ Soil and Water Conservation คือการกะทำใดๆที่เพื่อป้องกันรักษาดินและน้ำ โดยให้ที่ดินไม่เกิดความเสื่อมโทรม และการปรับปรุงความอุดมสมบรูณ์ของที่ดินและการรักษากักเก็บน้ำในดิน บนผิวหน้าดินเพื่อให้ดินมีความอุดมสมบรูณ์เพื่อให้เหมาะกับการเพาะปลูกจะได้ใช้ประโยชน์จากดินให้เกิดผลมากที่สุด

มาตรการวธิกล Mechanical Measures ได้แก่

1.ทางระบายน้ำ Waterway

2.บ่อน้ำในไรนา Farm Pond

3.การไถพรวนตามแนวระดับ Contour tillage

4.การไถพรวนตามแนวระดับ Hillside Ditch

5.การสร้างคันดินกั้นน้ำ Terrace

มาตรการวิธีพืช Biological Measures

1.การใช้วัสดุคลุมดิน Mulching

  1. การปลูกพืชคลุมดิน Cover Crop
  2. การปลูกพืชเป็นแนวกันลม Windbreak

4.การปลูกพืชสลับ Strip Cropping

5.การปลูกพืชตามแนวระดับ Contour Cultivation

พืชดัดแปลงพันธุกรรม GMO ทางเลือกใหม่ของเกษตรกรในอนาคต

gmo001

พืชดัดแปลงพันธุกรรม GMO (Genetically Modified Organisms) คือการดัดแปลงพันธุกรรมของพืชชนิดหนึ่งมาตัดแต่งเข้ากับพืชหรือผลไม้ชนิดอื่นซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า พันธุวิศวกรรม (Genetic Engineering) ซึ่งในธรรมชาตินั้นไม่สามารถทำได้ ซึ่งจะสามารถนำเอาจุดเด่นของพืช และผลไม้ออกมาได้
หากจะยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น พืชที่สามารถทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศที่ไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโต, พืชที่มีสามารถต้านทานแมลงศัตรูของพืชได้, พืชที่มีสารอาหารทางโภชนาการ หรือสารชีวโมเลกุล (Biomolecules)บางชนิดที่เพิ่มขึ้น เช่น มี โปรตีน หรือ วิตามิน หรือ ไขมัน ที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น ในระยะยาวแล้ว พืชดัดแปลงพันธุกรรม GMO สามารถสร้างประโยชน์ต่อการพัฒนาการเกษตรในอนาคตได้

พืชดัดแปลงพันธุกรรม GMO กับประโยชน์ทางด้านการเกษตร

– ทำให้เกิดพืชที่ให้ผลผลิตมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ผลมีขนาดใหญ่ขึ้น (เช่น มะเขือเทศมีผลขนาดใหญ่ขึ้น), ผลมีปริมาณมากขึ้น (เช่น ปริมาณเมล็ดข้าวต่อต้นมากขึ้น), ผลมีน้ำหนักมากขึ้น (เช่น มะละกอที่มีน้ำหนักมากกว่ามะละกอปกติทั่วไป)
– ทำให้พืชมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม เช่น ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกหรือการเจริญเติบโตของพืช ยกตัวอย่างเช่น พืชที่ทนสภาวะแล้ง (เช่น ข้าว), พืชที่ทนต่อสภาวะดินเค็ม (เช่น ข้าว), พืชที่ทนต่อดินเปรี้ยว เป็นต้น
– ทำให้เกิดพืชที่ทนต่อศัตรูพืช เช่น พืชที่ทนต่อเชื้อไวรัสต่างๆ ที่ก่อให้เกิดโรคต่อพืช , พืชที่ทนต่อเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคพืช , พืชที่ทนต่อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคพืช ,ทนต่อแมลงศัตรูพืช หรือแม้แต่ทนต่อยาฆ่าแมลง
– เมื่อทำให้พืชลดการใช้สารเคมี พิษจากสารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเกษตรกรก็ลดลง ซึ่งส่งผลดีต่อผู้บริโภค
– ทำให้เกิดพืชที่มีผลผลิตที่สามารถเก็บรักษาได้เป็นเวลานาน ทำให้ขั้นตอนในการขนส่งสามารถขนส่งในระยะไกลโดยไม่เน่าหรือเสีย เช่น มะเขือเทศที่ถูกตัดแต่งไห้สุกช้า หรือถึงแม้จะสุกแต่ก็ไม่งอม เนื้อยังแข็ง และกรอบ ไม่เน่าก่อนถึงมือของผู้บริโภค