ชาวนายุค 4.0 เกษตรกรแห่ง จ.สุรินทร์ รวมตัวกันปลูกข้าว ‘นาถุง’ การเพิ่มผลผลิตข้าวที่สามารถทำตามได้ ผลผลิตสูงไร้สารปลอมปนเป็นอินทรีย์ 100% ผ่านผีมือของกลุ่มสหกรณ์ วัน วัน วัน จ.สุรินทร์

นี่คือนวัตกรรมการทำนารูปแบบใหม่ของชาวนาไทยยุค 4.0 ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เนื่องจากลองผิด – ลองถูกมาเป็ยเวลา 3 ปีจนประสบผลสำเร็จ จุดเด่นคือสามารถสร้างผลผลิตต่อไร่สูงกว่าการทำนาทั่วไปถึง 2-3 เท่า , ใช้พื้นที่น้อย , ปลูกได้ทุกแห่งหน , ช่วยลดต้นทุนเมล็ดพันธุ์ , ไม่มีปัญหาเรื่องข้าวปลอมปน อีกทั้งยังเป็นข้าวเกษตรอินทรีย์คุณภาพสูง

ขั้นตอนการทำ  เริ่มจากใส่ดินลงไปในถุงดำเนื้อหนา ไม่ต้องเจาะรู ถุงต้องมีขนาด 9 x 18 นิ้ว ปากถุงต้องมีขนาดกว้าง 12 นิ้ว ใส่ดินจนเกือบเต็มถุงเพราะเพื่อเจอดินยุบ จากนั้นพับปากถุงทบๆให้แข็ง ส่วนดินที่ใช้ก็ต้องเป็นดินจากทุ่งนา หรือดินที่มีสารอาหารธรรมชาติ ถ้าหาไม่ได้ให้ใช้ดินผสมกากมะพร้าว จากนั้นใส่ปุ๋ยอินทรีย์เม็ด แล้วคลุกให้เข้ากัน แล้วนำมาใส่ถุงดำที่เตรียมไว้ พร้อมนำเมล็ดข้าวหอมมะลิ 105 คัดอย่างดี หยอดลงไปถุงละ 3 เมล็ด ประมาณ 3 วันเมล็ดข้าวจะงอกเงยขึ้นมา 3 ต้น/ถุง ทิ้งไว้อย่างนั้น 15 วัน พอเมล็ดงอกค่อยรดน้ำและนำไปวางกลางแจ้ง 20 วัน ตามด้วยการเติมปุ๋ยอินทรีย์ลงไปเพื่อให้ต้นข้าวเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

พยายามดูแลน้ำในถุงอย่างดี ต้องแช่ให้สูงประมาณ 10-15 เซนติเมตร อย่าเยอะจนเกินไป ถ้าทำตามนี้ต้นข้าวจะแตกกอดีมากอีกทั้งยังดูแลง่ายอีกด้วย บริเวณเพาะปลูกสามารถทำได้ทุกแห่งหน แม้แต่บริเวณกว้างหน้าบ้าน การปลูกข้าวแบบนี้เป็นการทำการเกษตรแบบวัตกรรมใหม่ ในเรื่องของระยะเวลาการเก็บเกี่ยว คือประมาณ 4 เดือน

ทางกลุ่ม วัน วัน วัน แห่ง จ.สุรินทร์ ทำการปลูกข้าวจากการใช้ภาชนะหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นถัง , บ่อซีเมนต์ , ภาชนะ ,บ่อปูน แค่สุดท้ายคำตอบก็คือ ‘ข้าวนาถุง’ ซึ่งเป็นการปลูกแบบอินทรีย์ โดยเกษตรกรทำได้เลย เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่นาน้อย หรือบ้านอยู่ในเขตเมืองอย่างคนกรุงเทพนี่ก็สามารถทำได้ ปลูกหน้าบ้านแทนไม้ดอกไม้ประดับได้เลย เก๋และคูลมากๆ เรียกได้ว่าเป็นการทำนาข้าวยุค 4.0 ที่เน้นไปเรื่องของความพอเพียงและการลดต้นทุนได้อย่างดีเยี่ยม เพียงเท่านี้พื้นที่ในการทำนาก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป ประชาชนได้กินข้าวดีมีคุณภาพ เกษตรมีรายได้ เป็นชีวิตคุณภาพอย่างแท้จริง