ในปัจจุบันนี้กระแสรักคนสุขภาพกำลังมาแรง ผู้คนทุกเพศทุกวัย เริ่มหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพอย่างจริงจังมากขึ้น ทำให้ยอดขายสินค้าสุขภาพมีราคาดี แน่นอนว่า ผักสด หรือผลไม้ปลอดสารพิษ ได้รับความนิยมมากขึ้นด้วย จนกลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ พุ่งทะยานไปหลักแสนบาทต่อเดือน

ปลูกผักสลัดขายอาชีพเสริมรายได้หลักแสน

ผักสลัดที่กำลังนิยมปลูกในปัจจุบันมีอยู่ 6 ชนิด ได้แก่ กรีนโอ๊ค , เรดโอ๊ค , คอส  , ฟิลเลย์  , บัตเตอร์เฮด , ปัตตาเวีย ส่วนวิธีการปลูกยอดนิยม  คือ การปลูกแบบไฮโดรโปรนิกส์ หรือ การปลูกพืชไร้ดิน โดยภายในน้ำนี้ได้ผสมสารอาหารและแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งจำเป็นต่อพืช  ส่วนข้อดีของการปลูกพืชแบบไฮโดรโปรนิกส์ คือ ใช้เวลาเตรียมพื้นที่ปลูกสั้น ถ้าเป็นดินต้องก็มีการเตรียมดินและกำจัดวัชพืช อีกทั้งการปลูกด้วยน้ำยังสามารถควบคุมสารอาหารได้ดีกว่า ทำให้กำหนดขนาดของพืชให้ใกล้เคียงกันได้

การลงทุนปลูกผักสลัดไฮโดรโปรนิกส์ ปัจจัยสำคัญ คือ  ที่ดิน , โรงเรือน , แปลงปลูก , อุปกรณ์การปลูก, เมล็ดพันธุ์พืช

เริ่มจาก

ก่อนอื่นก็ต้องวางแผนการปลูก เช่น ตอนนี้คุณมีต้นทุนอะไรบ้าง  พื้นที่ปลูกเป็นอย่างไร  ควรปลูกลักษณะใด นอกจากนี้ ก่อนลงมือทำก็ต้องมีการคำนวณดีๆ ว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ต้องขายแบบไหน กำไรพอไหม

มีพื้นที่ปลูกอย่างไร เป็นที่ดินของตัวเองหรือเช่า มีทำเลตั้งอยู่ที่ใด โดยพื้นที่ปลูกเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ในการกำหนดวิธีการปลูกอย่างเหมาะสม รวมถึงลักษณะการทำธุรกิจด้วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีพื้นที่ขนาดเล็ก อยู่ในเมือง กลุ่มลูกค้าก็อาจเป็นลูกค้าปลีก หรือส่งตามร้านอาหารเล็กๆ แต่ถ้าหากมีพื้นที่ขนาดใหญ่กว้างขวางอยู่ตามต่างจังหวัด อาจปลูกเพื่อส่งให้กับเจ้าประจำรายใหญ่ เป็นต้น

โรงเรือนและแปลงปลูก

อุปกรณ์และเมล็ดพันธุ์

  • อุปกรณ์ใช้เพาะกล้า จะใช้เป็นฟองน้ำ แกลบ หรือจะใช้เป็น Perlite กับ Vermiculite ซึ่งนิยมใช้ปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ก็ได้ โดย Perlite จะเป็นแร่ก้อนเล็กสีขาวเอาไว้ยึดเกาะรากพืช ส่วน Vermiculite จะเป็นก้อนแบนมีสีน้ำตาลช่วยในเรื่องการอุ้มน้ำ
  • เมล็ดพันธุ์ มีให้เลือก 2 ชนิด ได้แก่ แบบเคลือบดินและไม่เคลือบ แต่แบบเมล็ดเคลือบจะมีราคาแพงกว่ามากเพราะมีเปอร์เซ็นต์การงอกดีกว่า
  • ปุ๋ยกับแร่ธาตุสำคัญๆ ใช้ทั้งปุ๋ย A , B แร่ธาตุในปุ๋ย A ประกอบด้วย แคลเซียมไนเตรท, เหล็ก ดีพี, เหล็ก ส่วนปุ๋ย B ประกอบด้วย โมโนโปแตสเซียมฟอสเฟส , โปแตสเซียมไนเตรท, แมกนีเซียมซัลเฟต แต่ละตัวมีฤทธิ์ความเป็นกรดด่างต่างกัน