พืชดัดแปลงพันธุกรรม GMO (Genetically Modified Organisms) คือการดัดแปลงพันธุกรรมของพืชชนิดหนึ่งมาตัดแต่งเข้ากับพืชหรือผลไม้ชนิดอื่นซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า พันธุวิศวกรรม (Genetic Engineering) ซึ่งในธรรมชาตินั้นไม่สามารถทำได้ ซึ่งจะสามารถนำเอาจุดเด่นของพืช และผลไม้ออกมาได้
หากจะยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น พืชที่สามารถทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศที่ไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโต, พืชที่มีสามารถต้านทานแมลงศัตรูของพืชได้, พืชที่มีสารอาหารทางโภชนาการ หรือสารชีวโมเลกุล (Biomolecules)บางชนิดที่เพิ่มขึ้น เช่น มี โปรตีน หรือ วิตามิน หรือ ไขมัน ที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น ในระยะยาวแล้ว พืชดัดแปลงพันธุกรรม GMO สามารถสร้างประโยชน์ต่อการพัฒนาการเกษตรในอนาคตได้

พืชดัดแปลงพันธุกรรม GMO กับประโยชน์ทางด้านการเกษตร

– ทำให้เกิดพืชที่ให้ผลผลิตมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ผลมีขนาดใหญ่ขึ้น (เช่น มะเขือเทศมีผลขนาดใหญ่ขึ้น), ผลมีปริมาณมากขึ้น (เช่น ปริมาณเมล็ดข้าวต่อต้นมากขึ้น), ผลมีน้ำหนักมากขึ้น (เช่น มะละกอที่มีน้ำหนักมากกว่ามะละกอปกติทั่วไป)
– ทำให้พืชมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม เช่น ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกหรือการเจริญเติบโตของพืช ยกตัวอย่างเช่น พืชที่ทนสภาวะแล้ง (เช่น ข้าว), พืชที่ทนต่อสภาวะดินเค็ม (เช่น ข้าว), พืชที่ทนต่อดินเปรี้ยว เป็นต้น
– ทำให้เกิดพืชที่ทนต่อศัตรูพืช เช่น พืชที่ทนต่อเชื้อไวรัสต่างๆ ที่ก่อให้เกิดโรคต่อพืช , พืชที่ทนต่อเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคพืช , พืชที่ทนต่อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคพืช ,ทนต่อแมลงศัตรูพืช หรือแม้แต่ทนต่อยาฆ่าแมลง
– เมื่อทำให้พืชลดการใช้สารเคมี พิษจากสารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเกษตรกรก็ลดลง ซึ่งส่งผลดีต่อผู้บริโภค
– ทำให้เกิดพืชที่มีผลผลิตที่สามารถเก็บรักษาได้เป็นเวลานาน ทำให้ขั้นตอนในการขนส่งสามารถขนส่งในระยะไกลโดยไม่เน่าหรือเสีย เช่น มะเขือเทศที่ถูกตัดแต่งไห้สุกช้า หรือถึงแม้จะสุกแต่ก็ไม่งอม เนื้อยังแข็ง และกรอบ ไม่เน่าก่อนถึงมือของผู้บริโภค