บำรุงดิน

ดิน ถือเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญอย่างมากต่อพืช เอาง่ายๆ ว่าหากพืชขาดดินก็คงไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ ในความหมายเดียวกันถ้าหากว่าต่อให้พืชมีดินแต่ดินนั้นไร้ซึ่งคุณประโยชน์ ขาดสารอาหารที่เหมาะสมก็ไม่สามารถที่จะทำให้พืชเจริญเติบโตไปได้ด้วยเช่นเดียวกัน เกษตรกรหรือแม้แต่นักวิทยาศาสตร์หลายๆ คนจึงพยายามที่จะค้นคว้าหาวิธีในการพัฒนาบำรุงดินเพื่อให้ดินสามารถสร้างประโยชน์ได้สูงสุด ทั้งนี้หากว่าดินสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพผลลัพธ์ของพืชที่ออกมาก็จะมีเปี่ยมไปด้วยคุณภาพเช่นเดียวกัน

บำรุงดิน

สาเหตุที่ทำให้ดินมีปัญหา

ก่อนที่จะรู้วิธีการพัฒนาบำรุงดินเราเองก็ควรที่จะเรียนรู้ถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดินมีปัญหาเพื่อที่ว่าก่อนที่จะแก้ไขปัญหาเราก็ทำการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด

  1. การเลือกใช้ดินที่ไม่เหมาะสม อาทิ การเลือกทำการเกษตรในพื้นที่ที่ลาดชันมากๆ การเลือกทำนาในที่ดอน หรือการทำนาในพื้นที่ที่เป็นดินปนทราย การมีเศษหินปูนอยู่ในดินเป็นจำนวนมาก การกระทำในลักษณะนี้จะทำให้เกิดการชะล้างพังทลายของหน้าดินสูงมาก
  2. การปลูกพืชเดิมๆ ซ้ำกันเป็นเวลานาน จะทำให้สารอาหารของดินถูกดูดออกไปใช้จนหมด หากไม่มีการปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียนสารอาหารที่ถูกดึงออกไปก็จะไม่ได้สร้างขึ้นมาใหม่จนในที่สุดพื้นที่ดินบริเวณนั้นก็เสื่อมสภาพ
  3. การพยายามลักลอบตัดไม้รวมไปถึงการพยายามบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตร วิธีการเหล่านี้จะทำให้ดินขาดอินทรียวัตถุในหน้าดิน ขาดความชุ่มชื้น ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้เกิดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน
  4. การไม่พยายามเรียนรู้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับดิน ทั้งการใส่ปุ๋ยที่ถูกวิธี การปลูกพืชที่เหมาะสม เป็นต้น

วิธีการพัฒนาบำรุงดิน

ปกติแล้วการบำรุงดินสามารถเลือกทำได้หลายวิธีแต่วิธีการส่วนใหญ่ที่ค่อนข้างได้รับความนิยมจะเป็นวิธีการทางธรรมชาติด้วยการใช้ปุ๋ยคอก, ปุ๋ยหมัก, ปุ๋ยพืชสด การปลูกพืชคลุมดิน การใช้วัสดุคลุมดิน ใช้เศษเหลือของซากพืชซากสัตว์ การปลูกพืชแบบหมุนเวียน หรือการพยายามสร้างสารอาหารให้กับหน้าดิน จริงๆ แล้วการบำรุงดินที่ถูกต้องควรจะเลือกใช้หลายๆ วิธีการผสมผสานกันไป เหตุเพราะหากเลือกใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่ง เช่น การใช้ปุ๋ยประเภทเดียวจะต้องใช้ในปริมาณที่มากในเวลาเดียวกันจึงทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ การผสมผสานการใช้งานในช่วงเวลาที่ต่างกันจะช่วยให้การบำรุงดินได้ผลที่รวดเร็วและได้ผลที่ต่อเนื่อง เพราะมันเหมือนกับว่าเราเองพยายามที่จะดูแลดินอยู่ตลอดไม่ทำให้ดินเกิดสภาวะเสื่อมโทรมอย่างไม่เหมาะสม